ผู้จัดจำหน่ายที่ปรับแค็ตตาล็อกเป็นรอบ กับเว็บไซต์ที่ต้องค้นข้อมูลขณะลูกค้าใช้งาน อาจต้องการข้อมูลชุดเดียวกัน แต่ไม่ได้จำเป็นต้องรับข้อมูลด้วยวิธีเดียวกัน การเลือกไฟล์หรือ API จึงควรเริ่มจากงานและรอบอัปเดตที่ต้องการ
ทั้งสองวิธีต้องตกลงเรื่องขอบเขตข้อมูล รูปแบบรหัส และสิทธิ์การนำไปใช้ก่อน การเปลี่ยนวิธีส่งข้อมูลเพียงอย่างเดียวไม่ทำให้ข้อมูลที่ยังไม่ได้ตรวจสอบถูกต้องขึ้น
สองวิธีนี้ต่างกันตรงไหน
การรับเป็นไฟล์ เช่น CSV หรือรูปแบบตารางที่ตกลงกัน ผู้ส่งเตรียมข้อมูลเป็นชุด แล้วผู้รับนำเข้าไปยังแค็ตตาล็อกหรือฐานข้อมูลของตัวเอง ต้องกำหนดรอบส่ง รุ่นของไฟล์ และวิธีจัดการรายการที่เปลี่ยนแปลง
การเรียกผ่าน API ให้ระบบส่งคำขอและรับข้อมูลตามขอบเขตที่ผู้ให้บริการเปิดไว้ สำหรับ API ที่ใช้ HTTP จะมีรูปแบบคำขอ คำตอบ และสถานะตอบกลับให้ทีมพัฒนาจัดการ ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าทุก API จะเปิดข้อมูลทุกชนิดหรืออัปเดตแบบทันที
เปรียบเทียบตามลักษณะงาน
| เรื่องที่ต้องพิจารณา | รับเป็นไฟล์ | เรียกผ่าน API |
|---|---|---|
| งานหลัก | นำเข้าข้อมูลเป็นชุดเพื่อใช้งานในระบบของตัวเอง | เรียกข้อมูลตามคำขอของระบบหรือกระบวนการที่ออกแบบไว้ |
| รอบอัปเดต | ขึ้นอยู่กับรอบส่งและรอบนำเข้า | ขึ้นอยู่กับต้นทาง รอบอัปเดต และวิธีเก็บข้อมูลไว้ใช้ของระบบ |
| สิ่งที่ต้องพัฒนา | การอ่านไฟล์ ตรวจข้อมูล และนำเข้า | การยืนยันสิทธิ์ เรียกข้อมูล และจัดการคำตอบหรือข้อผิดพลาด |
| เมื่อการส่งข้อมูลมีปัญหา | ต้องตรวจไฟล์ตกหล่น รูปแบบเปลี่ยน และผลนำเข้า | ต้องจัดการการเชื่อมต่อล้มเหลว ข้อจำกัดคำขอ และการลองใหม่ |
| สิ่งที่ควรตกลง | รูปแบบไฟล์ รหัสอ้างอิง รุ่นข้อมูล และการแจ้งรายการเปลี่ยน | ขอบเขตข้อมูล สิทธิ์ ปริมาณคำขอ รุ่น API และการแจ้งเปลี่ยนแปลง |
ตัวอย่างการเลือกให้ตรงกับงาน
แค็ตตาล็อกที่ปรับข้อมูลเป็นรอบ: หากทีมมีขั้นตอนนำเข้าและตรวจข้อมูลอยู่แล้ว การรับเป็นไฟล์อาจเป็นทางเลือกเริ่มต้นที่จัดการได้ ควรทดสอบไฟล์จริงกับระบบก่อนตกลงรูปแบบ
เว็บไซต์หรือระบบขายที่ต้องเรียกข้อมูลระหว่างทำงาน: API อาจเหมาะเมื่อมีทีมดูแลการเชื่อมต่อและมีขอบเขตข้อมูลที่ตอบโจทย์ ต้องประเมินจำนวนคำขอและการทำงานเมื่อผู้ให้บริการไม่พร้อมด้วย
งานที่มีทั้งข้อมูลตั้งต้นและการปรับปรุงต่อเนื่อง: อาจใช้ไฟล์เพื่อตั้งต้นแล้วรับข้อมูลเปลี่ยนแปลงผ่าน API ได้ หากผู้ให้บริการรองรับและมีวิธีรักษารหัสกับรุ่นข้อมูลให้ตรงกัน รูปแบบผสมนี้ต้องออกแบบร่วมกัน ไม่ใช่ความสามารถที่มีในทุกบริการ
คำถามที่ควรตอบก่อนเริ่มเชื่อมต่อ
- ข้อมูลจะใช้เพื่อค้นหา แสดงสินค้า วิเคราะห์ หรือส่งต่อให้คู่ค้า
- ต้องใช้ข้อมูลครบทั้งชุด หรือเรียกเฉพาะบางรายการ
- ยอมรับข้อมูลเก่าได้เท่าไร และต้นทางปรับปรุงบ่อยเพียงใด
- ใครรับผิดชอบการนำเข้า การตรวจข้อมูล และการแก้เมื่อรูปแบบเปลี่ยน
- สามารถเก็บสำเนาหรือส่งต่อข้อมูลได้ตามสิทธิ์ที่ตกลงหรือไม่
สำหรับทีมพัฒนา ควรถามเพิ่มเรื่องจำนวนคำขอสูงสุด การแบ่งหน้า ผลลัพธ์เมื่อไม่พบข้อมูล และแนวทางลองใหม่ ตัวอย่างเช่น HTTP 429 ใช้แจ้งการส่งคำขอมากเกินที่กำหนด ระบบควรรองรับตามเงื่อนไขของผู้ให้บริการ แทนการเรียกซ้ำทันทีโดยไม่จำกัด
ก่อนเริ่มเชื่อมต่อ ควรตรวจความพร้อมของ ข้อมูลสินค้าและรหัสอ้างอิง ด้วย Auto Intelligence ให้บริการ เชื่อมต่อข้อมูลผ่าน API โดยกำหนดขอบเขตข้อมูลและรูปแบบการเชื่อมต่อร่วมกับลูกค้าก่อนดำเนินงาน